การสะกดคำและการใช้ภาษา

1.ชื่อโครงงาน

การสะกดคำและการใช้ภาษา
2. ชื่อผู้ทำโครงงาน

นางสาว จรรยาพร สาโยธา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3/1 เลขที่ 14

นางสาว ธิภาวรรณ ศรีสามารถ ชั้นมัธยมศึกษา3/1 เลขที่ 19

นางสาว สุนิตา ไชยเดช ชั้นมัธยมศึกษา3/1 เลขที่ 30

นางสาว ณัฐริกา ศึกษากิจ ชั้นมัธยมศึกษา3/1 เลขที่ 33

3.บทคัดย่อ

โครงงานเรื่องนี้ มาจากหมวดภาษาไทยเรื่องการสะกดคำและการใช้คำเนื่องจากยุคสมัยนี้

ผู้เรียนส่วนมากใช้คำผิดเพี้ยนกันมาก ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นจึงจัดขึ้นเพื่อทำให้ผู้เรียน

มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการสะกดคำและการใช้คำเพื่อให้ผู้อ่านได้ศึกษาค้นคว้า

เพื่อให้รู้ได้เข้าใจมากขึ้น โครงงานเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสะกดคำและการใช้คำ

และจะมีแบบทดสอบดังในบทเรียนต่อไป

4. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

การเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การสะกดคำและการใช้คำ จากการที่ผู้จัดทำโครงงานในฐานะที่เคยผ่านการเรียนวิชาภาษาไทยในส่วนของ เรื่องการสะกดคำและการใช้คำ มาแล้วในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 นั้น พบว่า ขณะที่เรียนเรื่องนี้อยู่นั้นนักเรียนส่วนใหญ่ใช้คำไม่ถูกต้องตามหลักภาษาเท่าที่ควร อาจสืบเนื่องมาจากโลกปัจจุบันมีการใช้คำที่ผิดเพียนไปตามยุคตามสมัย

จากเหตุผลดังกล่าว ผู้จัดทำโครงงานจึงได้จัดทำและรวบรวมเนื้อหาในบทเรียนมาสรุปเพื่อช่วยพัฒนาทักษะการสะกดคำและใช้ภาษาให้ถูกต้อง

5. วัตถุประสงค์

1.เพื่อให้ผู้เรียนใช้คำให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย

2. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจกับการสะกดคำ

3.เพื่อให้ผู้เรียนใช้ภาษาให้ถูกกาลเทศะ

4.เพื่อให้ผู้เรียนนำโครงงานนี้ไปประกอบการศึกษาได้

5.เพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

6. แผนปฏิบัติงาน

1.อธิบายการสะกดคำและการใช้คำที่ถูกต้องให้กับนักเรียนได้เข้าใจ

2.ให้นักเรียนได้ทดสอบการออกเสียงโดยการอ่าน

3.ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับการเติมคำและแบบฝึกหัด

4.ให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามแบบตัวสะกดได้ถูกต้อง

7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ให้นักเรียนรู้จักการสะกดคำที่ถูกต้อง

2.ให้นักเรียนใช้ภาษาให้ถูกกาลเทศะ

3.ให้นักเรียนมีการเสริมทักษะมากขึ้น

4.ให้นักเรียนเข้าใจการสะกดคำและการใช้ภาษาได้มากยิ่งขึ้น

8.เนื้อหา

การสะกดคำ

การสะกดคำ หมายถึง การออกเสียงตามพยัญชนะและสระที่ประสมกันเป็นคำ เช่น กอ-อา-งอ-กาง หรือ จะสะกดทีละขั้น เช่น กอ-อา-กา-กา-งอ-กาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับครูผู้สอนจะถนัด

การแจกลูก หมายถึง การออกเสียงคำที่ประสมด้วยเสียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และตัวสะกด โดยมีเสียงพยัญชนะต้นเป็นเสียงหลักแล้วเปลี่ยนเสียงสระไปตามลำดับหรือเปลี่ยนเสียงตัวสะกดไปทีละมาตรา เช่น

กะ กา กิ กี กง กัง กาง กิง กัน กาน กิน กีน

หรือการออกเสียงคำที่ประสมด้วยพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และตัวสะกด โดยมีเสียงสระเป็นหลัก แล้วเปลี่ยนเสียงพยัญชนะต้น หรือเสียงตัวสะกด เช่น

ดัง จัง บัง ปัง ริน ริม ริก ริบ

การสอนโดยวิธีการทางหลักภาษานี้ ควรเริ่มจากการสะกดคำและแจกลูกปากเปล่าจนคล่องเสียก่อนแล้วจึงให้สังเกตรูปคำและเขียนคำพร้อมกับสะกดคำไปด้วยจะช่วยให้เด็กอ่านและเขียนได้อย่างถูกต้อง

คำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด

ต่อไปนี้เป็น รายชื่อคำในภาษาไทยที่มักเขียนผิด เรียงลำดับตามตัวอักษรของ คำที่เขียนถูก ตามที่ปรากฏในพจนานุกรมภาษาไทยหรือตามประกาศของหน่วยงานราชการไทย

หมายเหตุ: การเขียนสะกดคำในนี้เป็นกรณีทั่วไป แต่ในกรณีเฉพาะ เช่น เป็น

วิสามานยนาม อาทิ เป็นชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ หรือในทางร้อยกรอง สามารถเขียนสะกดคำแตกต่างได้

เนื้อหา:

บนสุด0-9

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ก็

ก้อ

 

กงเกวียนกำเกวียน

กงกำกงเกวียน

กง และ กำ เป็นส่วนประกอบของล้อเกวียน

กงสุล

กงศุล

- "กรมการกงสุล" เรียกสั้น ๆ เป็น "กงสุล"
- ซึ่งคำว่า "กงสุล" นั้นมาจากคำในภาษาฝรั่งเศสว่า "consul"

กฎ

กฏ

กฎ ทุกอย่าง ใช้ ฎ ชฎา ยกเว้น ปรากฏ ใช้ ฏ ปฏัก ส่วน กรกฎ/กรกฏ สะกดได้ทั้งสองแบบ

กบฏ

กบฎ, กบถ

- "กบฏ" ใช้ ฏ ปฏัก
- ในสมัยโบราณ เคยสะกดด้วย ฎ ชฎา (ดู พจนานุกรมกฎหมาย ของ ขุนสมาหารหิตะคดี)
- ถ้าออกเสียง "ขะ-บด" เขียน "ขบถ"

กบาล, กระบาล

กะบาล, -บาน

ใช้เรียกศีรษะ แต่เป็นคำไม่สุภาพ

กรรมกร

กรรมกรณ์

- "กรรมกร" = คนงาน, ลูกจ้างที่ใช้แรงงาน
- "กรรมกรณ์" = อาญา, เครื่องสำหรับลงอาญา ฯลฯ

กรรมกรณ์

กรรมกร

- "กรรมกร" = คนงาน, ลูกจ้างที่ใช้แรงงาน
- "กรรมกรณ์" = อาญา, เครื่องสำหรับลงอาญา ฯลฯ

กระเพาะ

กะเพาะ, กะเพราะ, กระเพราะ

ระวังสับสนกับ กะเพรา

กริยา

กิริยา

"กริยา" (กฺริ-) คือ คำชนิดหนึ่ง บอกอาการ การกระทำ เช่น เดิน วิ่ง เขียน เหล่านี้ คือ คำกริยา

กรีฑา

กรีธา, กรีทา

กีฬาประเภทหนึ่ง

กรีธา

กรีฑา

เคลื่อน ยก เดินเป็นหมู่หรือเป็นกระบวน เช่น กรีธาทัพ

กลยุทธ์

กลยุทธ, กลยุทธิ, กลยุทธิ์

 

กลางคัน

กลางครัน

 

กลิ่นอาย

กลิ่นไอ

 

กสิณ

กสิน

 

กเฬวราก

กเลวราก

 

กอปร

กอป, กอปร์

อ่านว่า "กอบ"

กอล์ฟ

กลอฟ, กอลฟ์, ก็อลฟ์, ก็อล์ฟ, ก๊อลฟ์, ก๊อล์ฟ

 

กะทันหัน

กระทันหัน

 

กะเทย

กระเทย

 

กะเทาะ

กระเทาะ

 

กะบังลม

กระบังลม

 

กะปิ

กระปิ

 

กะพง

กระพง

 

กะพริบ

กระพริบ

 

กะพรุน

กระพรุน

 

กะเพรา

กะเพา, กระเพา, กระเพรา

ระวังสับสนกับ กระเพาะ

กะล่อน

กระล่อน

 

กะละมัง

กาละมัง

 

กะลาสี

กลาสี

 

กะละแม

กาละแม, กาลาแม, กาละแมร์

 

กะหรี่

กระหรี่

 

กะเหรี่ยง

กระเหรี่ยง

 

กะหล่ำ

กระหล่ำ

 

กะโหลก

กระโหลก

จำไว้ว่า กะโหลก กะลา

กังวาน

กังวาล

 

กาลเทศะ

กาละเทศะ

 

กาลเวลา

กาฬเวลา

กาล หมายถึง เวลา , กาฬ แปลว่า รอยดำ หรือ แดง

กำเหน็จ

กำเหน็ด

 

กิตติมศักดิ์

กิติมศักดิ์, เกียรติมศักดิ์

 

กินรี

กินนรี

แต่ "กิน-นอน" เขียน ‘กินนร’

กิริยา

กริยา

"กิริยา" คือ อาการ การกระทำ เช่น ปฏิกิริยา

กุฎี, กุฏิ

กุฎ, กุฎิ

"กุฏิ" อ่านว่า "กุด" หรือ "กุด-ติ" , ถ้าต้องการอ่าน "กุ-ดี" ต้องเขียน "กุฎี" (ใช้คำไหนก็ได้)

กู

กรู

คำสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง

เกม

เกมส์

ในภาษาไทยสำหรับกรณีทั่วไปจะไม่มีการเปลี่ยนรูปแบบคำใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าสื่อความหมายถึงเอกพจน์หรือพหูพจน์
เว้นแต่เป็นการทับศัพท์วิสามานยนาม เช่น "SEA Games" ว่า ซีเกมส์

เกล็ดเลือด

เกร็ดเลือด

 

เกษียณ

เกษียน, เกษียร

เกษียณ = สิ้นไป เช่นเกษียณอายุ; เกษียน = เขียน; เกษียร = น้ำนม

เกสร

เกษร

ส่วนในของดอกไม้

เกาต์

เก๊าท์

 

เกียรติ

เกียรติ์

อ่านว่า "เกียด", ถ้าเขียน "เกียรติ์" อ่านว่า "เกียน" เช่น รามเกียรติ์

แก๊ง

แก๊งค์, แก๊งก์

"แก๊ง" มาจากภาษาอังกฤษว่า "gang" ในภาษาไทยเป็นภาษาปาก หมายความว่า "กลุ่มคนที่ตั้งเป็นก๊กเป็นเหล่า (มักใช้ในความหมายไม่ดี) เช่น แก๊งโจร แก๊งอันธพาล"

แกร็น

แกน, แกรน

ไม่เจริญเติบโตตามปรกติ (ใช้แก่คน สัตว์ และพืช), เช่น แคระแกร็น

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ขบถ

ขบฏ

ดู กบฏ

ขโมย

โขมย

 

ขวาน

ขวาญ

 

ขะมักเขม้น

ขมักเขม้น

 

ขาดดุล

ขาดดุลย์

ดู "ดุล", "สมดุล"

ข้าวเหนียวมูน

ข้าวเหนียวมูล

มูน = เอากะทิเคล้ากับข้าวเหนียวเพื่อให้มัน

ขี้เกียจ

ขี้เกลียด, ขี้เกียด

 

ไข่มุก

ไข่มุกด์, ไข่มุข

 

ปัจจุบันไม่มีคำที่ใช้ "ฃ" โดยหันไปใช้ "ข" แทน เช่น "ฃวด" ก็ใช้เป็น "ขวด" เป็นต้น

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

คทา

คฑา, คธา

 

คน

ฅน

ฅ ไม่เคยใช้เขียนคำว่า ฅน

ครรไล

ครรลัย

 

ครองราชย์

ครองราช

คำว่า "ราชย์" หมายถึง ความเป็นราชา, "ครองราชย์" จึงหมายถึง ครองความเป็นราชา
ทั้งนี้ คำว่า "ครองราชสมบัติ" หมายความว่า ครองสมบัติของพระราชา ก็คือ ครองความเป็นราชา (มิใช่ "ครองราชยสมบัติ" อันแปลว่า ครองสมบัติแห่งความเป็นพระราชา)

คริสตกาล

คริสต์กาล

ใช้ตามโบราณ

คริสตจักร

คริสต์จักร

ใช้ตามโบราณ

คริสต์ทศวรรษ

คริสตทศวรรษ

ไม่นิยมสมาสข้ามภาษา

คริสต์ศตวรรษ

คริสตศตวรรษ

ไม่นิยมสมาสข้ามภาษา

คริสต์ศักราช

คริสตศักราช

 

คริสต์ศาสนา

คริสตศาสนา

ไม่นิยมสมาสข้ามภาษา

คริสต์ศาสนิกชน

คริสตศาสนิกชน

 

คริสต์มาส

คริสตมาส

 

ครุฑ

ครุท

 

ครุภัณฑ์

คุรุภัณฑ์

 

ครุศาสตร์

คุรุศาสตร์

 

คฤหาสน์

คฤหาสถ์

คฤห + อาสน

คลิก

คลิ้ก, คลิ๊ก

 

คลินิก

คลีนิก, คลินิค

 

ค้อน

ฆ้อน

 

คะ

ค๊ะ

 

คะนอง

คนอง

 

คาร์ป

คาร์ฟ, คราฟ, คาร์พ, คราพ

ชื่อปลา ทับศัพท์มาจาก carp

คารวะ

เคารวะ

 

คำนวณ

คำนวน

 

คำสดุดี

คำดุษฎี

 

คุกกี้

คุ้กกี้, คุ๊กกี้

ออกเสียง คุก โดยไม่ต้องใส่วรรณยุกต์

คุรุศึกษา

ครุศึกษา

 

เค้ก

เค็ก, เค๊ก

 

เครื่องราง

เครื่องลาง

 

แค็ตตาล็อก

แคตตาล็อก, แคตาล็อก

 

แคระแกร็น

แคะแกน, แคะแกรน, แคระแกน, แคระแกรน

ไม่เจริญเติบโตตามปรกติ (ใช้แก่คน สัตว์ และพืช)

โค่ง

โข่ง

โข่ง = เปิ่น ไม่เข้าท่า / โค่ง = โตกว่าเพื่อน

โคตร

โครต, โคต, โคด

 

โครงการ

โครงการณ์

การ คือ งาน

โควตา

โควต้า

ออกเสียง คว ควบกล้ำ และออกเสียง ต้า โดยไม่ต้องใส่วรรณยุกต์

คอลัมน์

คอลัมม์

 

ปัจจุบันไม่มีคำที่ใช้ "ฅ" โดยหันไปใช้ "ค" แทน เช่น "ฅอ" ก็ใช้เป็น "คอ" เป็นต้น

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ฆราวาส

ฆรวาส, ฆารวาส, -วาท

 

ฆาตกร

ฆาตรกร

ฆาต แปลว่า ฆ่า, ทำลาย หรือ ตี

ฆาตกรรม

ฆาตรกรรม

ฆาต แปลว่า ฆ่า, ทำลาย หรือ ตี

เฆี่ยน

เคี่ยน

- "เฆี่ยน" = ตีด้วยหวายหรือไม้เรียวเป็นต้นเป็นการลงโทษ เป็นต้น
- "เคี่ยน" ไม่มีความหมาย

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

งบดุล

งบดุลย์

ไม่ใช่ ดุลย์

ง่องแง่ง

ง้องแง้ง

 

งูสวัด

งูสวัส, งูสวัสดิ์

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

จงกรม

จงกลม

การฝึกสมาธิ

จระเข้

จรเข้

เครื่องดนตรีไทย เรียก "จะเข้"

จลนศาสตร์

จลศาสตร์

 

จลาจล

จราจล

มาจากคำ จล + อจล

จะงอย

จงอย

 

จะจะ

จะ ๆ

คำมูลสองพยางค์

จะละเม็ด

จาละเม็ด, จาระเม็ด, จรเม็ด, จระเม็ด

 

จักจั่น

จั๊กจั่น

 

จักร

จักร์

 

จักรพรรดิ

จักรพรรดิ์

อ่านว่า "จัก-กฺระ-พัด"

จักรวรรดิ

จักรวรรดิ์

อ่านว่า "จัก-กฺระ-หวัด"

จักสาน

จักรสาน

เครื่องใช้ที่ทำด้วยมือ

จาระไน

จารไน

 

จาระบี

จารบี

 

จำนง

จำนงค์

แผลงจาก "จง"

จินตนาการ

จินตะนาการ, จินตรนาการ

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

ปัจจุบันใช้แบบมีทัณฑฆาตตามที่ได้รับพระราชทาน (ขัดหลักคำสมาส)

เจตจำนง

เจตจำนงค์

แผลงจาก "จง"

เจียระไน

เจียรไน

 

โจทก์

โจทย์

โจทก์ หมายถึง ผู้ฟ้องร้องในศาลกล่าวหาจำเลย โจทย์ หมายถึง ปัญหา เช่น โจทย์เลข

ใจ

จัย

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ฉบับ

ฉะบับ

ฉบาบ

ฉะนั้น

ฉนั้น

 

ฉะนี้

ฉนี้

 

ฉัน

ฉันท์

เสมือน เช่น ฉันญาติ ฉันมิตร; รับประทาน ใช้กับพระสงฆ์

ฉันท์

ฉัน

ความพอใจ หรือร้อยกรองประเภทหนึ่งมีบังคับครุลหุ

เฉพาะ

ฉะเพาะ, ฉเพาะ

 

ไฉน

ฉไน

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ชมพู

ชมภู

หมายถึง สีจากธรรมชาติสี นึ่งซึ่งคิดว่าเป็นสีแห่งความรักเหมือนกับสีแดง

ชมพู่

ชมภู่

ผลไม้ที่เป็นสีแดง และสี ชมพู

ชะนี

ชนี

สัตว์ประเภทหนึ่ง

ชะมด

ชมด

เหมือนการที่ต่อแย่ ผู่อื่น

ชะลอ

ชลอ

 

ชัชวาล

ชัชวาลย์

 

ชีพิตักษัย

ชีพตักษัย

 

ชีวประวัติ

ชีวะประวัติ

สมาสแล้วลบวิสรรชนีย์

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ซวดเซ

ทรวดเซ

 

ซาบซ่าน

ทราบซ่าน, -ส้าน

 

ซาบซึ้ง

ทราบซึ้ง

 

ซาลาเปา

ซาละเปา, ซะละเปา

 

ซาวเสียง

ซาวด์เสียง, ซาวน์เสียง, ซาวนด์เสียง

หยั่งเสียงเพื่อฟังความคิดเห็น

ซีเมนต์

ซีเม็นต์, ซีเมนท์, ซีเม็นท์, ซีเม็น

 

ซุ่ม

สุ่ม, สุ้ม

ซุ่ม = ซ่อน, แอบซ่อนคอยทีอยู่ / สุ่ม = เครื่องมือจับปลา, เครื่องสานครอบขังไก่, ไม่เฉพาะเจาะจง

ซุ้ม

สุ้ม

สิ่งที่เป็นพุ่มมีทางลอดได้, ส่วนบนของประตูหน้าต่าง

เซ็นชื่อ

เซ็นต์ชื่อ

จากคำอังกฤษ sign, ไม่มี ต การันต์

เซนติเมตร

เซ็นติเมตร

 

ไซ้ขน

ไซร้ขน

 

ซ่องเสพ

ส้องเสพ

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ฌาน

ฌาณ

 

ฌาปนกิจ

ฌาปณกิจ

 

เฌอ

กะเฌอ

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ญวน

ญวณ

 

ญัตติ

ญัติ

 

ญาณ

ญาน

 

ญาติ

ญาต

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ฎีกา

ฏีกา

ใช้ ฎ ชฎา ตัวอักษรที่คล้ายกันทำให้เกิดความสับสน

ปัจจุบันไม่มีคำที่ขึ้นต้นด้วย "ฏ"

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ฐาน

ฐาณ

 

ไม่มีคำที่เขียนผิด

ไม่มีคำที่เขียนผิด สำหรับ "เฒ่าแก่" และ "เถ้าแก่" ใช้ได้ทั้งสองคำ

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ณ.

อ่านว่า "นะ" มีความหมายว่า ที่
ในการเขียน ไม่มีจุดข้างหลังเพราะมิใช่คำย่อ แต่ "ณ" แผลงรูปมาจาก "ใน" และมักเว้นวรรคหน้าวรรคหลัง "ณ" ด้วย เช่น "อยู่ ณ ที่นี้"

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ดอกจัน

ดอกจันท์, ดอกจันทน์, ดอกจันทร์

เครื่องหมาย *, ดอกของต้นจัน

ดอกจันทน์

ดอกจัน, ดอกจันท์, ดอกจันทร์

รกหุ้มเมล็ดจันทน์เทศ

ดอกไม้จันทน์

ดอกไม้จัน, ดอกไม้จันท์, ดอกไม้จันทร์

ดอกไม้ประดิษฐ์สำหรับงานเผาศพ

ดัตช์

ดัชต์, ดัชท์, ดัทช์

 

ดำรง

ดำรงค์

 

ดำริ

ดำหริ, ดำริห์

อ่านว่า "ดำ-หริ", โบราณเขียน "ดำริห์"

ดุล

ดุลย์

"ดุล" เป็นคำนามแปลว่า ความเท่ากัน หรือความเสมอกัน, ส่วน "ดุลย์" เป็นคำวิเศษณ์แปลว่า เท่ากัน หรือเสมอกัน

ดุษณี

โดยดุษฎี

ดุษณี หมายถึง นิ่ง
ดุษฎี หมายถึง ยินดี
มักใช้สลับกัน เช่น ในถ้อยคำว่า "ยอมรับโดยดุษณี"

เดินเหิน

เดินเหิร

โบราณเขียน "เหิร"

แดก

แดรก, แด่ก, แดร่ก, แด๊ก

เป็นภาษาปาก หมายถึง กิน หรือ พูดกระทบให้โกรธ ฯลฯ

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ตรรกะ, ตรรก-

ตรรกกะ

 

ตราสัง

ตราสังข์

 

ตรึงตรา

ตรึงตา

หมายถึง ติดแน่น

ตะกร้า

ตระกร้า

 

ตะราง

ตาราง

ที่คุมขัง

ตานขโมย

ตาลขโมย

 

ตาราง

ตะราง

ช่องสี่เหลี่ยม

ตำรับ

ตำหรับ

 

ใต้

ไต้

ใช้แสดงตำแหน่ง เช่น ใต้โต๊ะ ภาคใต้ แสงใต้ (ออโรรา)

ใต้เท้า

ไต้เท้า

เปรียบเหมือนเราอยู่ข้างใต้ เท้าของผู้มีอำนาจบารมี ทำนองเดียวกับ ใต้ฝ่าพระบาท ฯลฯ

ไต้

ใต้

หมายถึงคบเพลิง เช่น ขี้ไต้ จุดไต้ตำตอ น้ำตาแสงไต้ หรือใช้ทับศัพท์ภาษาอื่น

ไต้ก๋ง

ใต้ก๋ง

นายท้ายเรือสำเภาหรือเรือประมง ทับศัพท์จากภาษาจีน

ไต้ฝุ่น

ใต้ฝุ่น

ทับศัพท์มาจาก typhoon

ไตรยางศ์

ไตรยางค์

 

ไต้หวัน

ใต้หวัน

ทับศัพท์จากภาษาจีน

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ถนนลาดยาง

ถนนราดยาง

ลาด หมายถึง ปู

ถ่วงดุล

ถ่วงดุลย์

 

ถั่วพู

ถั่วพลู

ถั่วที่ด้านข้างมีรอยเป็นพู

เถา

เถาว์

 

ไถ่ตัว

ถ่ายตัว

เรียกค่าไถ่ ก็ใช้คำนี้

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ทโมน

ทะโมน, โทมน

 

ทยอย

ทะยอย

 

ทแยง

ทะแยง, แทยง

 

ทรงกลด

ทรงกรด

 

ทรมาทรกรรม

ทรมานทรกรรม

 

ทรราช

ทรราชย์

- ทรราช = ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อำนาจสร้างความเดือดร้อน, ตามรากศัพท์หมายถึง ราชาชั่ว แต่สามารถใช้ได้กับทั้งที่เป็นราชาและไม่เป็นราชา
- ทรราชย์ = รูปแบบ ระบบ หรือลัทธิการปกครองแบบทรราช

ทระนง, ทะนง

ทรนง, ทนง

 

ทลาย

ทะลาย

พังทลาย

ทศกัณฐ์

ทศกัณฑ์

กัณฑ์ แปลว่า คำเทศน์ตอนหนึ่ง; กัณฐ์ แปลว่า คอ

ทอนซิล

ทอมซิน

 

ทะนุถนอม

ทนุถนอม

 

ทะนุบำรุง, ทำนุบำรุง

ทนุบำรุง

 

ทะลาย

ทลาย

ช่อผลของมะพร้าว

ทะเลสาบ

ทะเลสาป

 

ทัณฑ์

ฑัณฑ์

 

ทารุณ

ทารุน

 

ทีฆายุโก

ฑีฆายุโก

ทีฆายุ หมายถึง อายุยืนยาว

ทุกรกิริยา

ทุกขกิริยา, ทุกขรกิริยา

หมายถึง กิจที่ทำได้ยาก

ทุคติ

ทุกข์คติ

 

ทุพพลภาพ

ทุพลภาพ

 

ทุพภิกขภัย

ทุภิกขภัย

ทุส + ภิกขภัย, เปลี่ยน ส เป็น พ ตามหลักการสมาส

ทุศีล

ทุจศีล

 

ทูต

ฑูต

ทูตทุกอย่าง ใช้ ท ทหาร

ทูนหัว

ทูลหัว

 

ทูลกระหม่อม

ทูนกระหม่อม

 

เท่

เท่ห์

 

เทพนม

เทพพนม

เทวะ + นมะ ไม่ใช่ เทพ + พนม

เทเวศร์

เทเวศ, เทเวศน์

เทว + อิศร์

เทอญ

เทิญ

 

เทอม

เทิม, เทิร์ม

 

เท้าความ

ท้าวความ

เขียนเหมือน "เท้า"

เทิด

เทอด

 

เทิดทูน

เทิดทูล

 

แท็กซี่

แท๊กซี่

 

แทรกแซง

แซกแซง

 

โทรทรรศน์

โทรทัศน์

กล้องส่องทางไกล

โทรทัศน์

โทรทรรศน์

เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง

โทรศัพท์

โทรศัพย์

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ธนบัตร

ธนาบัตร

 

ธนาณัติ

ธนานัติ, ธนาณัต

 

ธรรมเนียม

ทำเนียม

ในหนังสือเก่าๆ เขียน "ทำเนียม" ก็มี, แต่ปัจจุบัน ใช้ "ธรรมเนียม" (มาจาก ธรรม + นิยม)

ธัญพืช

ธัญญพืช

 

ธำมรงค์

ธำมรง, ทำมะรงค์

แปลว่า "แหวน"

ธำรง

ธำรงค์

 

ธุรกิจ

ธุระกิจ

สมาสแล้ว ลบวิสรรชนีย์

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

นพปฎล

นพปดล

แปลว่า เก้าชั้น

นภดล

นพดล

เว้นแต่ "นพดล" ที่เป็นชื่อเฉพาะ

นวัตกรรม

นวตกรรม

 

นอต

น็อต, น๊อต

ทับศัพท์จาก nut ในภาษาอังกฤษที่หมายถึงอุปกรณ์ช่าง

นะ

น๊ะ

ออกเสียงวรรณยุกต์ตรี โดยไม่ปรากฏรูป

นะคะ

นะค่ะ, นะค๊ะ

คะ เป็นเสียงตรี ไม่ต้องใช้ไม้ตรี ในขณะที่ ค่ะ เป็นเสียงโท

นันทนาการ

สันทนาการ

 

นัย

นัยยะ

อ่านได้ทั้ง ไน และ ไน-ยะ

นัยน์ตา

นัยตา

 

น่า

หน้า

คำประกอบหน้ากริยา หมายความว่า ควร เช่น น่าจะทำอย่างนั้น น่าจะเป็นอย่างนี้; ชวนให้, ทำให้อยากจะ, เช่น น่ากิน น่ารัก

นาที

นาฑี

นาฑี เป็นภาษาสันสกฤต พบบ้างในหนังสือเก่า ปัจจุบันพจนานุกรมให้สะกดแบบเดียวเท่านั้น

นานัปการ

นานับประการ

 

นานา

นา ๆ

คำมูลสองพยางค์

น้ำจัณฑ์

น้ำจัน

 

น้ำมันก๊าด

น้ำมันก๊าซ, -ก๊าส

 

น้ำแข็งไส

น้ำแข็งใส

หมายถึงการนำน้ำแข็งไปไสบนกบ จนได้เกล็ดน้ำแข็ง เป็นวิธีทำแบบดั้งเดิม

นิจศีล

นิจสิน

 

นิเทศ

นิเทศน์, นิเทส

 

นิมิต

นิมิตร, นิรมิตร

 

นิเวศวิทยา

นิเวศน์วิทยา

 

เนรมิต

เนรมิตร

 

เนืองนิตย์

เนืองนิจ

 

แน่นหนา

หนาแน่น

- "แน่นหนา" ว่า มั่นคง เช่น ใส่กุญแจแน่นหนา มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา, แข็งแรง เช่น ประตูหน้าต่างแน่นหนา, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับ ปึกแผ่น เป็น เป็นปึกแผ่นแน่นหนา.
- "หนาแน่น" ว่า คับคั่ง, แออัด, เช่น กรุงเทพฯ มีประชากรหนาแน่นมาก.

โน้ต

โน๊ต, โน้ท, โน๊ท

อักษรต่ำ ไม่ใส่ไม้ตรี

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

บรรทัด

บันทัด

 

บรรทุก

บันทุก

 

บรรลุ

บันลุ

 

บรรเลง

บันเลง

 

บรั่นดี

บะหรั่นดี

 

บริสุทธิ์

บริสุทธ, บริสุทธิ

 

บล็อก

บล็อค, บล๊อก

หลักการทับศัพท์

บ่วงบาศ

บ่วงบาศก์, บ่วงบาต, บ่วงบาท

 

บอระเพ็ด

บรเพ็ด, บอระเพชร

 

บังสุกุล

บังสกุล

 

บังเอิญ

บังเอิน

 

บัญญัติไตรยางศ์

บัญญัติไตรยางค์

เหมือน ไตรยางศ์

บัตรสนเท่ห์

บัตรสนเท่

 

บันดาล

บรรดาล

 

บันได

บรรได

 

บันเทิง

บรรเทิง

 

บันลือ

บรรลือ

 

บางลำพู

บางลำภู

 

บาดทะยัก

บาททะยัก, บาดทยัก

 

บาตร

บาต

เครื่องใช้อย่างหนึ่งของพระสงฆ์

บาทบงสุ์

บาทบงส์

อ่านว่า บาด-ทะ-บง

บาทหลวง

บาดหลวง

 

บำเหน็จ

บำเน็จ

 

บิณฑบาต

บิณฑบาตร, บิณฑบาท

 

บิดพลิ้ว

บิดพริ้ว

 

บุคคล

บุคล

 

บุคลากร

บุคคลากร

 

บุคลิกภาพ

บุคคลิกภาพ

 

บุปผชาติ

บุปผาชาติ

 

บุษราคัม

บุษราคำ

 

บูชายัญ

บูชายันต์

 

บูรณปฏิสังขรณ์

บูรณะปฏิสังขรณ์

คำสมาส

เบญจเพส

เบญจเพศ

เพส มาจากคำว่า วีสะ=20 เบญจ =5, เบญจเพส = 25

เบนซิน

เบ็นซิน, เบนซิล

 

เบรก

เบรค

ศัพท์บัญญัติ หรือใช้คำว่า ห้ามล้อ

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ปฏิกิริยา

ปฏิกริยา

 

ปฏิสันถาร

ปฏิสัณฐาน, ปฏิสันถาน

 

ปฏิทิน

ปติทิน

 

ปฏิพัทธ์

ประติพัทธ์

 

ปฏิสังขรณ์

ปฏิสังขร

 

ปฐมนิเทศ

ปฐมนิเทศก์, ปฐมนิเทศน์

 

ปณิธาน, ประณิธาน

ปนิธาน, ประนิธาน

ตั้งใจไว้

ปรนนิบัติ

ปรณนิบัติ

 

ปรมาณู

ปรมณู

ปรม + อณู

ปรองดอง

ปองดอง

 

ประกายพรึก

ประกายพฤกษ์

 

ประกาศนียบัตร

ประกาศณียบัตร

 

ประกาศิต

ประกาษิต

 

ประจัญบาน

ประจันบาน, ประจันบาล, ประจัญบาล

 

ประจันหน้า

ประจัญหน้า

 

ประจันห้อง

ประจัญห้อง

 

ประจำการ

ประจำการณ์

 

ประณต

ประนต

(กริยา) น้อมไหว้

ประณม

ประนม

(อาการนาม) การน้อมไหว้

ประณาม

ประนาม

 

ประณีต

ปราณีต, ประนีต

 

ประดิดประดอย

ประดิษฐ์ประดอย

 

ประนีประนอม

ประณีประณอม

 

ประเมิน

ประเมิณ

มักสับสนกับ "ประมาณ"

ประสบการณ์

ประสพการณ์

 

ประสบผลสำเร็จ, ประสบความสำเร็จ

ประสพผลสำเร็จ, ประสพความสำเร็จ

"ประสบ" เป็นคำกริยาแปลว่าพบหรือพบปะ ส่วน "ประสพ" เป็นคำนามมีความหมายว่าการเกิดผล ในภาษาไทยจึงใช้ "ประสบ" เพียงรูปเดียว เช่น ประสบความสำเร็จ ประสบการณ์ ประสบอุทกภัย ประสบโชค

ประสูติ

ประสูต, ประสูตร

 

ประสูติการ

ประสูติกาล

การคลอด

ประสูติกาล

ประสูติการ

เวลาที่คลอด

ประหลาด

ปะหลาด, ปลาด

 

ประหัตประหาร

ประหัดประหาร, ประหัตถ์ประหาร

 

ประหาณ, ปหาน

ประหาร

ประหาณ หรือ ปหาน หมายถึง ละทิ้ง เช่น สมุจเฉทประหาณ (การตัดขาดและการละทิ้ง), ปหานกิเลส (ละทิ้งกิเลส)

ประหาร, ปหาร

ประหาณ, -หาน, ปะ-

ประหาร หมายถึง ตี ฟัน ทำลาย หรือ ฆ่า เช่น ประหารชีวิต

ปรัมปรา

ปรำปรา, ปะรำปะรา

อ่านว่า ปะ-รำ-ปะ-รา

ปรัศนี

ปรัศนีย์

 

ปรากฏ

ปรากฎ

ใช้ ฏ ปฏัก

ปราณี

ปรานี

ปราณี = สิ่งมีชีวิต ผู้มีชีวิต คือ ผู้มีลมหายใจ ได้แก่ สัตว์ คน เป็นต้น

ปรานี

ปราณี

ปรานี = กรุณา,เมตตา,เอื้ออาทร,เมตตากรุณา เอ็นดู เผื่อแผ่ เอ็นดูด้วยความสงสาร

ปรานีปราศรัย

ปราณีปราศัย

 

ปรารถนา

ปราถนา

อ่านว่า "ปราด-ถะ-หนา"

ปราศจาก

ปราศจาค

 

ปล้นสะดม

ปล้นสดมภ์

สดมภ์ แปลว่า เสาหรือช่องตามแนวตั้ง

ปวารณา

ปวารนา

 

ปะทะ

ประทะ

 

ปะแล่ม

ปแล่ม, แปล่ม

 

ปักษิน

ปักษิณ

 

ปาฏิหาริย์

ปาฏิหาร, ปาฏิหารย์

 

ปาติโมกข์

ปาฏิโมกข์

 

ปาริชาต

ปาริชาติ

 

ปิกนิก

ปิคนิค

คำทับศัพท์

ปุโรหิต

ปุโลหิต

 

เปอร์เซ็นต์

เปอร์เซนต์

คำทับศัพท์

เป๋อเหลอ

เป๋อเล๋อ

อักษรต่ำ ไม่ใช้วรรณยุกต์จัตวา

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ผดุง

ผะดุง

 

ผรุสวาท

ผรุสวาส

 

ผลลัพธ์

ผลลัพท์

 

ผล็อย

ผลอย

 

ผลัดเปลี่ยน

ผัดเปลี่ยน

 

ผลัดผ้า

ผัดผ้า

 

ผลัดเวร

ผัดเวร

 

ผลานิสงส์

ผลานิสงฆ์

 

ผอบ

ผะอบ

 

ผัดผ่อน

ผลัดผ่อน

 

ผัดวันประกันพรุ่ง

ผลัดวันประกันพรุ่ง

 

ผัดหนี้

ผลัดหนี้

 

ผาสุก

ผาสุข

 

ผีซ้ำด้ำพลอย

ผีซ้ำด้ามพลอย

ด้ำ เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ผีเรือน

ผุดลุกผุดนั่ง

ผลุดลุกผลุดนั่ง

 

ผูกพัน

ผูกพันธ์

 

ผู้เยาว์

ผู้เยา

 

เผลอไผล

เผอไผ

 

เผอเรอ

เผลอเรอ

 

เผอิญ

ผเอิญ, ผะเอิญ

 

เผ่าพันธุ์

เผ่าพัน

 

แผ่ซ่าน

แผ่ส้าน, แผ่ซ้าน

 

แผนการ

แผนการณ์

 

แผลงฤทธิ์

แผงฤทธิ์

 

ไผท

ผไท, ผะไท

 

ผัดไทย

ผัดไท

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ฝรั่งเศส

ฝรั่งเศษ

 

ฝักฝ่าย

ฝักใฝ่, ฝักไฝ่

พวก, ข้าง

ฝักใฝ่

ฝักฝ่าย, ฝักไฝ่

เอาใจใส่, ผูกพัน

ฝากครรภ์

ฝากครร

 

ฝีดาษ

ฝีดาด

ไข้ทรพิษ

ฝึกปรือ

ฝึกปือ, ฝึกปลือ

 

ไฝ

ใฝ

คำนอกกฎการใช้ไม้ม้วน

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

พงศ์พันธุ์

พงพันธุ์, พงษ์พันธุ์

 

พจนานุกรม

พจณานุกรม

พจน + อนุกรม

ฯพณฯ

พณฯ, ฯพณ, พณ

อ่านว่า "พะ-นะ-ท่าน"

พยัก

พะยัก

 

พยักพเยิด

พะยักพะเยิด, พยักเพยิด

 

พยัคฆ์

พยัค, พยัฆ

เสือ

พยาน

พะยาน

 

พยาบาท

พญาบาท, พยาบาตร

 

พยุง

พะยุง

 

พเยีย

พะเยีย, เพยีย

พวงดอกไม้

พรรณนา

พรรณา

อ่านว่า พัน-นะ-นา

พรหมจรรย์

พรมจรรย์

 

พราหมณ์

พราห์มณ์, พรามณ์

อ่านว่า พฺราม

พร่ำพลอด

พร่ำพรอด

 

พฤศจิกายน

พฤษจิกายน

 

พฤษภาคม

พฤศภาคม

 

พลศึกษา

พละศึกษา

คำสมาส

พละกำลัง

พลกำลัง

 

พลาสติก

พลาสติค

 

พหูสูต

พหูสูตร

 

พะแนง

พแนง, แพนง

 

พะยอม

พยอม

ชื่อต้นไม้ มีดอกสีขาว

พะวักพะวน

พวักพวน

 

พังทลาย

พังทะลาย

 

พันทาง

พันธุ์ทาง

ลูกผสมต่างสายพันธุ์

พัศดี

พัสดี

 

พัสดุ

พัศดุ

 

พากย์

พากษ์

พากย์หนัง

พาณิชย์, พาณิชย,พณิชย์
พาณิช, พณิช

พานิชย์, พานิชย, พนิชย์
พานิช, พนิช

ใช้ ณ เสมอ รวมถึงรูปศัพท์เดิมก่อนแผลง ว เป็น พ เช่น วาณิชย์ วาณิชกะ วณิชย์ วณิชยา วาณิช วณิช
พาณิชย์ พาณิชย หรือ พณิชย์ แปลว่าการค้า พาณิชหรือพณิชหมายถึงพ่อค้า
ยกเว้นวิสามานยนามบางคำ เช่น ไทยวัฒนาพานิช, กรุงไทยพานิชประกันภัย, ศุภชัย พานิชภักดิ์, วิจารณ์ พานิช และ ชิน โสภณพนิช

พานจะเป็นลม

พาลจะเป็นลม

 

พาหุรัด

พาหุรัต, พาหุรัตน์

 

พิณพาทย์

พิณภาทย์

 

พิธีรีตอง

พิธีรีตรอง

 

พิบูล

พิบูลย์

 

พิพิธภัณฑ์

พิพิทธภัณฑ์

 

พิราบ

พิราป

นกชนิดหนึ่ง

พิลาป

พิราป

คร่ำครวญ, ร้องไห้ เช่น รำพันพิลาป

พิศวง

พิสวง

 

พิศวาส

พิสวาส

 

พิสดาร

พิศดาร

 

พิสมัย

พิศมัย

 

พึมพำ

พึมพัม

 

พุดตาน

พุดตาล

ดอกไม้ชนิดหนึ่ง

พุทธชาด

พุทธชาติ

ดอกไม้ชนิดหนึ่ง

พู่กัน

ภู่กัน

 

พู่ระหง

ภู่ระหง

 

เพชฌฆาต

เพชรฆาต, เพ็ชรฆาต

 

เพชร

เพ็ชร

 

เพศสัมพันธ์

เพศสัมพันธุ์

 

เพนียด

พเนียด, พะเนียด

 

เพริศพริ้ง

เพริดพริ้ง

 

เพิ่มพูน

เพิ่มพูล

 

เพียบพร้อม

เพรียบพร้อม

 

แพทยศาสตร์

แพทย์ศาสตร์

 

โพชฌงค์

โพชงค์

 

โพดำ

โพธิ์ดำ

 

โพแดง

โพธิ์แดง

 

โพทะเล

โพธิ์ทะเล

 

โพนทะนา

โพนทนา

 

โพระดก

โพรดก

 

โพสพ

โพศพ

 

ไพฑูรย์

ไพทูรย์

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ฟังก์ชัน

ฟังก์ชั่น

ไม่มีไม้เอก

ฟั่น

ฝั้น

เช่น ฟั่นเชือก ฟั่นเทียน

ฟันคุด

ฟันครุฑ, ฟันครุท

คุด หมายถึง งอกงออยู่ภายในไม่โผล่ออกมาตามปรกติ ครุฑเป็นสัตว์ในตำนานอินเดีย

ฟาทอม

ฟาธอม, แฟทอม, แฟธอม

หน่วยวัดระยะทาง

ฟิล์ม

ฟิลม์, ฟลิม, ฟิมล์, ฟิม์ล

 

ฟิวส์

ฟิว

 

ฟุตบอล

ฟุทบอล

 

ฟุลสแก๊ป

ฟูลสแกป

หน้ากระดาษที่มีเส้นบรรทัด

เฟิน

เฟิร์น

ถ้านำไปเขียนคำทับศัพท์อาจอนุโลมใช้ เฟิร์น ได้

แฟชั่น

แฟชัน

มีไม้เอก

ไฟแช็ก

ไฟแชค, ไฟแช็ค

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ภคินี

ภคิณี

 

ภวังค์

พวังศ์

 

ภัณฑารักษ์

พันธารักษ์

 

ภาคทัณฑ์

ภาคฑัณฑ์

 

ภาคภูมิ

พากพูม

 

ภาพยนตร์

ภาพยนต์

 

ภาวการณ์

ภาวะการณ์, ภาวะการ

 

ภาววิสัย

ภาวะวิสัย

"ภาววิสัย" ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "objective" บางทีใช้ "ปรนัย" (ปะระไน), "ปรวิสัย" (ปะระวิสัย) หรือ "วัตถุวิสัย" หมายความว่า "ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุ โดยไม่เกี่ยวกับความคิดหรือความรู้สึก"

ภุชงค์

พุชงค์

 

ภูตผี

ภูติผี

 

ภูมิใจ

พูมใจ, ภูมใจ

 

ภูมิลำเนา

ภูมลำเนา

 

เภตรา

เพตรา

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

มกุฎราชกุมาร

มกุฏราชกุมาร,มงกุฎราชกุมาร

ใช้ ฎ ชฎา

มงกุฎ

มงกุฏ

ใช้ ฎ ชฎา

มณฑป

มนฑป, มณทป

อ่านว่า มน-ดบ

มนเทียร

มนเฑียร, มณเฑียร

 

มรณภาพ

มรณะภาพ

 

มฤตยู

มรึตยู

 

มลทิน

มนทิน

 

มลังเมลือง

มะลังมะเลือง

 

มหรรณพ

มหรรนพ, มหันนพ

 

มหรสพ

มหรศพ

อ่านว่า มะ-หอ-ระ-สบ

มหัศจรรย์

มหรรศจรรย์

 

มหาหิงคุ์

มหาหิงค์

 

มเหสักข์

มเหศักดิ์

 

มเหสี

เมหสี

 

มไหศวรรย์

มไหสวรรค์

 

ม่อห้อม, ม่อฮ่อม, หม้อห้อม

หม้อฮ่อม

 

มะหะหมัด

มหะหมัด, มะหะมัด

 

มัคคุเทศก์

มัคคุเทศ, มัคคุเทศน์

 

มัคนายก, มรรคนายก

มัคทายก, มรรคทายก

(บาลี) มคฺค + นายก (สันสกฤต) มารฺค + นายก หมายถึง ผู้นำทาง ได้แก่ ผู้จัดการทางกุศล หรือผู้ชี้แจงทางบุญทางกุศลและป่าวประกาศให้ประชาชนมาทำบุญทำกุศลในวัด

มัณฑนศิลป์

มันทนศิลป์, มันฑณศิลป์

 

มัธยัสถ์

มัธยัสต์

 

มัศยา, มัตสยา

มัสยา

ปลา

มัสตาร์ด

มัสตาด

 

มัสมั่น

มัสหมั่น

อ่านว่า มัด-สะ-หมั่น

มาตรการ

มาตราการ

 

มาตรฐาน

มาตราฐาน

 

มานุษยวิทยา

มนุษยวิทยา

มานุษย = ที่เกี่ยวกับมนุษย์

ม่าเหมี่ยว

มะเหมี่ยว

ด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง, ชมพู่ผลสีแดงเข้ม

มึง

เมิง

 

มืดมน

มืดมนต์, มืดมล

 

มุกตลก

มุขตลก

ราชบัณฑิตยสถานสะกดว่า มุก ในขณะที่พจนานุกรมฉบับมติชนสะกดว่า มุข

แมงมุม

แมลงมุม

 

แมลงดา

แมงดา

เฉพาะแมลง(มี 6 ขา) ส่วนแมงดาจะใช้กับแมงดาทะเล (มี 12 ขา)

แมลงภู่

แมลงพู่, แมงภู่

ทั้งชื่อแมลงและหอย

แมลงวัน

แมงวัน

 

แมลงสาบ

แมลงสาป, แมงสาบ, แมงสาป

 

ไมยราบ

ไมยราพ

ชื่อพืชชนิดหนึ่ง

ไมยราพณ์, มัยราพณ์

ไมยราพ

ตัวละครในรามเกียรติ์

ไมล์

ไมร์, ไมค์

หน่วยวัดระยะทาง

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ยศถาบรรดาศักดิ์

ยศฐาบรรดาศักดิ์

 

ย่อมเยา

ย่อมเยาว์

ราคาย่อมเยา

ยาเกร็ด

ยาเกล็ด

หมายถึง ตำรา

ยานัตถุ์

ยานัตถ์, ยานัด

 

ยีราฟ

จีราฟ

 

เยอรมนี

เยอรมันนี

 

เยาว์วัย

เยาวัย

 

เยื่อใย

เยื่อไย

คำซ้อน เยื่อ + ใย

ใยแมงมุม

ไยแมงมุม

 

ไย

ใย

หมายถึงไฉน, อะไร, ทำไม

ไยดี

ใยดี

 

ไยไพ

ใยไพ

หมายถึงเยาะเย้ย, พูดให้อาย

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

รกชัฏ

รกชัฎ

ใช้ ฏ ปฏัก

รณรงค์

รนรงค์

 

รถยนต์

รถยนตร์

 

รมณีย์

รมนีย์, รมณี

 

รสชาติ

รสชาด

 

ร้องไห้

ร้องให้

 

ระบบนิเวศ

ระบบนิเวศน์

 

ระเบงเซ็งแซ่

ระเบ็งเซ็งแซ่

 

ระเห็จ

รเห็จ, เรห็จ

 

รักษาการ

รักษาการณ์

ปฏิบัติหน้าที่แทน เช่น รักษาการในตำแหน่ง…

รักษาการณ์

รักษาการ

เฝ้าดูแลเหตุการณ์ เช่น ยามรักษาการณ์

รังเกียจ

รังเกลียด, รังเกียด

 

รังควาน

รังควาญ

 

รังสี

รังษี, รังศี

ยกเว้นชื่อเฉพาะ

รัญจวน

รัญจวญ, รัญจวณ

 

รัฐวิสาหกิจ

รัฐวิสาหะกิจ

 

รัศมี

รัสมี, รัษมี

 

รากเหง้า

รากเง่า

เง่า หมายถึงโง่เง่า

ราชภัฏ

ราชภัฎ

ใช้ ฏ ปฏัก

ราชัน

ราชันย์

"ราชัน" หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน, "ราชันย์" หมายถึง เชื้อสายของพระเจ้าแผ่นดิน

ราดหน้า

ลาดหน้า

 

ราพณาสูร

ราพนาสูร

 

รำคาญ

รำคราญ, รำคาน

 

ริบบิ้น

ริ้บบิ้น

ออกเสียง ริบ โดยไม่มีรูปวรรณยุกต์

รื่นรมย์

รื่นรมณ์

 

เรี่ยไร

เรี่ยราย

เรี่ยราย = เกลื่อนกลาด

แร็กเกต

แร็กเก็ต

 

โรงธารคำนัล

โรงธารกำนัล

หมายถึง ท้องพระโรง

โรมันคาทอลิก

โรมันคาธอลิค

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ฤกษ์พานาที

ฤกษ์ผานาที

สองคำที่สับสน คือ "ฤกษ์พานาที" กับ "เลขผานาที"

ฤทธิ์

ฤทธ, ฤทธ์

 

ฤๅ

ฤา

ใช้ลากข้างยาว

ฤๅษี, ฤษี

ฤาษี

ใช้ลากข้างยาว

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ลดาวัลย์

ลัดดาวัลย์, ลดาวัณย์

ชื่อไม้เถาชนิดหนึ่ง ยกเว้นชื่อเฉพาะ

ลมปราณ

ลมปราน

 

ลมหวน

ลมหวล

 

ล็อกเกต

ล็อกเก็ต

 

ลองไน

ลองใน

ชื่อจักจั่นขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง

ละคร

ละคอน

"ละคอน" เป็นคำไทยโบราณ ใช้เมื่อต้องการรักษาความดั้งเดิมไว้ เช่น สาขาศิลปะและการละคอน

ละเมียดละไม

ลเมียดลไม

 

ละโมบ

ลโมบ,ละโมภ

 

ละเอียดลออ

ลเอียดลออ, ละเอียดละออ

 

ลักเพศ

ลักเพท, ลักเพส

 

ลังถึง

รังถึง

 

ลาดตระเวน

ลาดตระเวณ

มักสับสนกับ "บริเวณ"

ลาดยาง

ราดยาง

เรียกถนนที่ปูผิวจราจรด้วยยางมะตอยผสมกับหินหรือทรายเป็นต้นว่า "ถนนลาดยาง"

ลายเซ็น

ลายเซ็นต์

 

ลาวัณย์

ลาวัลย์

หมายถึง ความงาม ความน่ารัก

ลำไย

ลำใย

คำนอกกฎการใช้ไม้ม้วน

ลำไส้

ลำใส้

คำนอกกฎการใช้ไม้ม้วน

ลิดรอนสิทธิ์

ริดรอนสิทธิ์

 

ลิปสติก

ลิปสติค

 

ลิฟต์

ลิปต์, ลิฟ, ลิฟท์

มาจากคำภาษาอังกฤษ lift

ลือชา

ฦๅชา

ฦ ฦๅ ไม่มีที่ใช้ในปัจจุบัน

ลุกลี้ลุกลน

ลุกลี้ลุกรน

 

ลูกเกด

ลูกเกตุ

 

ลูกนิมิต

ลูกนิมิตร

 

ลูกบาศก์

ลูกบาศ

 

เล่นพิเรนทร์

เล่นพิเรนท์

 

เลย

เรย

 

เล่ห์กระเท่ห์

เล่กระเท่

 

เลือกสรร

เลือกสรรค์

 

เลือดกบปาก

เลือดกลบปาก

 

โล่

โล่ห์

มิได้แผลงมาจาก "โลหะ"

โลกาภิวัตน์

โลกาภิวัฒน์

 

ไล่เลียง

ไล่เรียง, ไร่เรียง, ไร่เลียง

ซักไซ้ ไต่ถาม มักใช้ว่า ซักไซ้ไล่เลียง

ปัจจุบันคำที่ขึ้นต้นด้วย ฦ ฦๅ ไม่นิยมใช้

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

วงศ์วาน

วงษ์วาน

เช่น ชื่อถนน งามวงศ์วาน

วัคซีน

วักซีน

 

วัณโรค

วันโรค, วรรณโรค

 

วันทยหัตถ์

วันทยาหัตถ์

 

วันทยาวุธ

วันทยวุธ

 

วางก้าม

วางกล้าม

วางโต

วาทกรรม

วาทะกรรม

สมาสแล้วไม่มีสระอะ

วายชนม์

วายชน

 

วารดิถี

วาระดิถี

สมาสแล้วไม่มีสระอะ

วาฬ

วาล

 

วิ่งเปี้ยว

วิ่งเปรี้ยว

 

วิ่งผลัด

วิ่งผัด

 

วิตถาร

วิตถาน, วิตถาล

 

วิตามิน

วิตตามิน, วิตะมิน

 

วินาที

วินาฑี

 

วินาศกรรม

วินาศะกรรม

 

วิหารคด

วิหารคต

 

วิญญาณ

วิญญาน

 

เวทมนตร์

เวทย์มนตร์, เวทมนต์

 

เวนคืน

เวรคืน

 

เวียดนาม

เวียตนาม

 

ไวยากรณ์

ไวยกรณ์

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ศรัทธา, สัทธา

ศัทธา

นิยมใช้ "ศรัทธา" มากกว่า

ศศิธร

สสิธร, ศศิทร

ศศิธร หมายถึง ดวงจันทร์

ศักย์

ศักดิ์

ศักย์ ที่หมายถึง ศักย์ไฟฟ้า ศักยภาพ ใช้ ย แต่ ศักดิ์ที่กล่าวถึง ศักดินา ใช้ ด

ศัตรู

สัตรู, ศตรู

 

ศัพท์

ศัพย์

 

-ศาสตรดุษฎีบัณฑิต

-ศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต

ปริญญาเอก เช่น รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต

-ศาสตรบัณฑิต

-ศาสตร์บัณฑิต

ปริญญาตรี เช่น เศรษฐศาสตรบัณฑิต

-ศาสตรมหาบัณฑิต

-ศาสตร์มหาบัณฑิต

ปริญญาโท เช่น นิติศาสตรมหาบัณฑิต

ศิลป์, ศิลปะ

ศิลป

ใช้เป็นศัพท์โดด

ศิลปกรรม

ศิลปะกรรม

คำสมาส

ศิลปวัฒนธรรม

ศิลปะวัฒนธรรม

หากต้องการแยกคำควรใช้ "ศิลปะและวัฒนธรรม"

ศิลปวัตถุ

ศิลปะวัตถุ

คำสมาส

ศีรษะ

ศรีษะ

 

ศึกษานิเทศก์

ศึกษานิเทศ, ศึกษานิเทศน์

 

โศกนาฏกรรม

โศกะนาฏกรรม, โศกนาฎกรรม

ใช้ ฏ ปฏัก

โศกศัลย์

โสกศัลย์, โศกสันต์

 

โศกเศร้า

โสกเศร้า

 

ไศล

ไสล, ศไล

หมายถึง เขาหิน

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

สกัด

สะกัด

 

สกาว

สะกาว

 

สแกน

แสกน

 

สดับ

สะดับ

 

สถานการณ์

สถานการ, สถานะการณ์

 

สถิต

สถิตย์

ยกเว้น "สถิตยศาสตร์"

สนนราคา

สงวนราคา

"สนนราคา" หมายถึง ราคา ; "สงวนราคา" หมายถึง รักษาระดับราคาไว้

สบง

สะบง

 

สบาย

สะบาย

 

สบู่

สะบู่

 

สไบ

สะไบ, ไสบ

 

สมดุล

สมดุลย์

 

สมเพช

สมเพท, สมเพศ, สมเพส

 

สรรเพชญ

สรรเพชร

 

สรรแสร้ง

สรรค์แสร้ง

 

สรรหา

สรรค์หา

สรรค์ หมายถึง สร้าง, ทำให้เกิดขึ้น

สรวงสวรรค์

สวงสวรรค์

 

สร้างสรรค์

สร้างสรร

 

สวรรคต

สวรรณคต

 

สอบเชาวน์

สอบเชาว์

 

สะกด

สกด

 

สะกิด

สกิด

 

สะคราญ

สคราญ

 

สะดวก

สดวก

 

สะพรึงกลัว

สะพึงกลัว

 

สะพาน

สพาน

 

สะเหล่อ

สะเหร่อ, เสร่อ, เสล่อ

 

สะอาด

สอาด

 

สักการบูชา

สักการะบูชา

คำสมาส

สังเกต

สังเกตุ

 

สังเขป

สังเขบ

 

สังวร

สังวรณ์

 

สังวาล

สังวาลย์

ยกเว้นชื่อเฉพาะ "สังวาลย์"

สังสรรค์

สังสรร

 

สัญลักษณ์

สัญลักษ์, สัญญลักษณ์

 

สัณฐาน

สันฐาน, สันฐาณ, สัณฐาณ

รูปพรรณสัณฐาน

สันโดษ

สัญโดษ

 

สันนิษฐาน

สันนิฐาน, -ฐาณ

 

สับปลับ

สัปลับ

 

สับปะรด

สัปรด, สัปปะรด, สับปะรส

มิได้แผลงมาจาก สรรพรส

สัปเหร่อ

สัพเหร่อ, สัปปะเหร่อ

 

สัพยอก

สรรพยอก

 

สัมภาษณ์

สัมภาษ, สัมภาสน์

 

สัมมนา

สัมนา, สำมะนา

 

สาทร

สาธร

ชื่อถนนสายหนึ่ง และเขตการปกครองในกรุงเทพมหานคร

สาธารณชน

สาธารณะชน

คำสมาส

สาธารณประโยชน์

สาธารณะประโยชน์

คำสมาส

สาธารณสถาน

สาธารณะสถาน

คำสมาส

สาธารณสุข

สาธารณะสุข

คำสมาส

สาบสูญ

สาปสูญ

 

สาบาน

สาบาญ

 

สาปแช่ง

สาบแช่ง

 

สาปสรร

สาบสรร

 

สามเส้า

สามเศร้า

เส้า หมายถึง ไม้หลักหรือวัตถุที่ตั้งหรือปักเป็นสามมุมสำหรับรองรับ

สายสิญจน์

สายสิญจ์

 

สารประโยชน์

สาระประโยชน์

คำสมาส

สารภี

สาระพี, สารพี

ชื่อไม้ต้นชนิดหนึ่ง ดอกสีขาวกลิ่นหอม, มิได้หมายถึง เครื่องครัว

สาระสำคัญ

สารสำคัญ

มิใช่คำสมาส

สารัตถประโยชน์

สารัตถะประโยชน์

คำสมาส

สารัตถะสำคัญ

สารัตถสำคัญ

มิใช่คำสมาส

สำอาง

สำอางค์

เครื่องสำอาง

สิงโต

สิงห์โต

หรือใช้เพียงคำว่า สิงห์

สิทธิ, สิทธิ์

สิทธ, สิทธ์

 

สีสวาด

สีสวาท, สีสวาส

แมวสีสวาด

สีสัน

สีสรร, สีสรรค์

 

สุกียากี้

สุกี้ยากี้

สามารถเรียกสั้น ๆ ว่า สุกี้

สุคติ

สุขคติ

 

สุญญากาศ

สูญญากาศ

ใช้สระ "อุ"

สูจิบัตร

สูติบัตร

ใบแจ้งกำหนดการ

สูติบัตร

สูจิบัตร

เอกสารหลักฐานการเกิด

เสบียง

สะเบียง, สเบียง

 

เสพ

เสพย์

ปัจจุบันพจนานุกรมให้สะกดแบบเดียวเท่านั้น เช่น เสพสุรา เสพยา เสพเมถุน เสพสม เสพติด (สารเสพติด สิ่งเสพติด ยาเสพติด)

เสิร์ฟ

เสริฟ, เสริฟ์

มาจาก serve ไม่ใช่อักษรควบกล้ำ

เสื้อกาวน์

เสื้อกาว, เสื้อกาวด์

มาจาก gown

เสื้อเชิ้ต

เสื้อเชิ๊ต

 

โสฬส

โสรส

อ่านว่า "โส-ลด"

ไส้

ใส้

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

หกคะเมน

หกคเมน, หกคะเมร

 

หงส์

หงษ์

 

หน็อยแน่

หนอยแน่

 

หนาแน่น

แน่นหนา

- "หนาแน่น" ว่า คับคั่ง, แออัด, เช่น กรุงเทพฯ มีประชากรหนาแน่นมาก.
- "แน่นหนา" ว่า มั่นคง เช่น ใส่กุญแจแน่นหนา มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา, แข็งแรง เช่น ประตูหน้าต่างแน่นหนา, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับ ปึกแผ่น เป็น เป็นปึกแผ่นแน่นหนา.

หน้าปัดนาฬิกา

หน้าปัทม์นาฬิกา

 

หม้อห้อม, ม่อห้อม,ม่อฮ่อม

หม้อฮ่อม

 

หมาใน

หมาไน

 

หมามุ่ย, หมามุ้ย

หมาหมุ้ย

 

หมูหย็อง

หมูหยอง

ของกินทำด้วยหมูเนื้อแดงปรุงรส ต้มเคี่ยวให้เปื่อยจนงวด นำไปผัดจนแห้ง ขยี้ให้เป็นฝอย, รวมถึงที่ทำจากวัตถุดิบอื่นด้วย เช่น ไก่หยอง ฯลฯ

หยากไย่, หยักไย่

หยากใย่, หยักใย่

 

หย่าร้าง

อย่าร้าง

 

หยิบหย่ง

หยิบย่ง, หยิบโย่ง

 

ห่วงใย

ห่วงไย

คำที่ใช้ไม้ม้วน

หัวมังกุท้ายมังกร

หัวมงกุฎท้ายมังกร

(สำนวน) ไม่เข้ากัน ไม่กลมกลืนกัน (มังกุคือเรือที่มีกระดูกงูใหญ่)

หัวหน่าว

หัวเหน่า

 

เหม็นสาบ

เหม็นสาป

 

เหล็กใน

เหล็กไน

ให้จำว่า เหล็กอยู่ข้างใน

เหิน

เหิร

 

แหลกลาญ

แหลกราญ, แหลกราน

 

โหยหวน

โหยหวล

 

โหระพา

โหรพา, โหระภา

 

ใหลตาย

ไหลตาย

ใหล หมายถึงหลับใหล (ดู ราชบัณฑิตยสถาน)

ไหม

มั๊ย, ไม๊

อักษรต่ำเติมไม้ตรีไม่ได้ อาจอนุโลมใช้ มั้ย ตามเสียงพูด แผลงมาจาก "หรือไม่"

ไหหลำ

ใหหลำ

ทับศัพท์จากภาษาจีน

ปัจจุบันไม่มีคำที่ขึ้นต้นด้วย "ฬ" คำโบราณที่ขึ้นต้นด้วย "ฬ" หันไปใช้ "ล" แทน เช่น "ฬา" ก็ใช้เป็น "ลา", "ฬ่อ" ก็ใช้เป็น "ล่อ" เป็นต้น

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

องคชาต

องคชาติ

 

องคุลีมาล

องคุลีมาร

วิสามานยนามเป็นชื่อของพระเถระในพุทธกาล มีความหมายว่า พวงนิ้ว (มาลแปลว่าพวง)

อธิษฐาน, อธิฏฐาน

อธิฐาน, -ฐาณ

 

อนาถ

อนาจ

 

อนาทร

อนาธร

 

อนุกาชาด

อนุกาชาติ

 

อนุญาต

อนุญาติ

ญาติ เขียนมีสระ อิ

อนุมัติ

อนุมัต

 

อนุสาวรีย์

อนุเสาวรีย์, อณุสาวรีย์

 

อเนก

เอนก

มาจาก อน+เอก ตัวอย่างเช่น อเนกประสงค์ อเนกประการ อเนกอนันต์ เว้นแต่วิสามานยนามเช่น เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เอนก นาวิกมูล

อเนจอนาถ

อเนถอนาถ

 

อภิรมย์

อภิรมณ์

 

อภิเษก

อภิเสก

 

อมต, อมตะ

อัมตะ, อำมตะ

 

อมรินทร์

อัมรินทร์

ยกเว้นชื่อเฉพาะ "อัมรินทร์"

อมฤต, อำมฤต

อัมฤต

 

อริยเมตไตรย

อริยเมตตรัย, อริยเมตไตร

 

อริยสัจ

อริยสัจจ์

 

อลักเอลื่อ

อะหลักอะเหลื่อ

 

อลังการ

อลังการ์

อ่านว่า อะ-ลัง-กาน

อวสาน

อวสาณ, อวสานต์

 

อสงไขย

อสงขัย

 

อหังการ์

อหังการ

อ่านว่า อะ-หัง-กา

อหิวาตกโรค

อะหิวาตกโรค

 

ออฟฟิศ

อ็อฟ-, -ฟิซ, -ฟิส, -ฟิต

หรือใช้คำว่า สำนักงาน

อะลุ่มอล่วย, อะลุ้มอล่วย

อะลุ่มอะล่วย, อลุ่มอล่วย

 

อะฟลาทอกซิน

อัลฟาทอกซิน

ทับศัพท์จาก aflatoxin

อะไหล่

อะหลั่ย

 

อักขรวิธี

อักขระวิธี

สมาสแล้วตัดสระอะ

อักษร

อักศร, อักสร

 

อัญชัน

อัญชัญ

 

อัฒจันทร์

อัธจันทร์

 

อัตคัด

อัตคัต

 

อัตนัย

อัตตะนัย

"อัตนัย" ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "subjective" บางทีใช้ "อัตวิสัย" หรือ "จิตวิสัย" หมายความว่า "ที่มีอยู่ในจิต, ที่เกี่ยวกับจิต; ที่จิตคิดขึ้นเองโดยไม่อาศัยวัตถุภายนอก"

อัธยาศัย

อัทยาศัย, อัธยาษัย

 

อัมพาต

อัมพาส

 

อากาศ

อากาส

 

อาฆาตมาดร้าย

อาฆาตมาตร้าย

 

อาเจียน

อาเจียร

 

อานิสงส์

อานิสงฆ์

 

อาเพศ

อาเพส, อาเภส

 

อารมณ์

อารมย์

 

อาวรณ์

อาวร

 

อาสน์สงฆ์

อาสสงฆ์

 

อำนาจบาตรใหญ่

อำนาจบาทใหญ่

 

อำมหิต

อัมหิต

 

อินทรธนู

อินธนู, อินทร์ธนู

 

อินทรี (นกอินทรี, ปลาอินทรี)

อินทรีย์ (นกอินทรีย์, ปลาอินทรีย์)

 

อินทรียวัตถุ

อินทรีวัตถุ, อินทรีย์วัตถุ

 

อินฟราเรด

อินฟาเรด, อินฟาร์เรด

ทับศัพท์จาก infrared

อิริยาบถ

อิริยาบท

 

อิสรภาพ

อิสระภาพ

คำสมาส

อิสรเสรี

อิสระเสรี

คำสมาส

อีเมล

อีเมล์

ทับศัพท์จาก e-mail

อีสาน

อิสาน, -สาณ

 

อุกกาบาต

อุกาบาต

 

อุกฤษฏ์

อุกฤติ

 

อุดมการณ์

อุดมการ

 

อุทธรณ์

อุธรณ์

 

อุทาหรณ์

อุธาหรณ์, อุทาหร

 

อุบาทว์

อุบาท

 

อุปการคุณ

อุปการะคุณ

คำสมาส

อุปถัมภ์

อุปถัมธ์, อุปถัมน์

 

อุปโลกน์

อุปโลก

 

อุปัชฌาย์

อุปัชฌา, อุปัชชา

 

อุโมงค์

อุโมง

 

เอกเขนก

เอกขเนก

 

เอกฉันท์

เอกฉัน, เอกะฉันท์

 

เอ็นดอร์ฟิน

เอ็นโดรฟิน

ทับศัพท์จาก endorphine

โอกาส

โอกาศ

 

ไอศกรีม

ไอศครีม, ไอติม

 

คำที่เขียนถูก

มักเขียนผิดเป็น

หมายเหตุ

ฮ่อยจ๊อ

หอยจ๊อ, ห้อยจ๊อ, -จ้อ

 

เฮโลสาระพา, เฮละโลสาระพา

เฮโลโหระพา, เฮละโลโหระพา

 
     

การใช้คำให้เหมาะสม การใช้คำในภาษาไทยใช้ต่างกันตามความเหมาะสม ประกอบด้วยเสียงและความหมาย การรู้ จักเลือกคำมาใช้ให้ถูกต้อง ควรคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้

๑. การใช้คำให้ถูกต้องตามความหมาย ความหมายของคำ ที่จะกล่าวถึงมีดังนี้คือ

๑.๑ คำที่มีความหมายตรงและความหมายโดยนัย – ความหมายตรง คือ ความหมายที่เป็นที่รับรู้ เข้าใจตรงกันในหมู่ผู้ใช้ภาษาไม่ต้องตี ความเป็นอย่างอื่น – ความหมายแฝง คือ ความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่ในความหมายของคำนั้นๆ เป็นความ หมายที่เพิ่มขึ้นจากความหมายตรง จะเข้าใจตรงกันหรือไม่ขึ้นอยู่กับพื้นฐานความรู้ประสบการณ์ของ แต่ละบุคคล ตลอดจนคำแวดล้อม

๑.๒ คำบางคำอาจมีได้หลายความหมาย คือ เมื่ออยู่ในประโยคหนึ่ง คำบางคำอาจมี ความแตกต่างไปจากเมื่ออยู่ในอีกประโยคหนึ่ง ๑.๓ คำบางคำมีความหมายใกล้เคียงกัน อาจทำให้ผู้ใช้ภาษาเกิดความสับสนได้ …ตัวอย่างคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน>>

๒. การใช้คำให้ถูกต้องตามไวยากรณ์ ไวยากรณ์ หมายถึง หลักว่าด้วยรูป และระเบียบวิธีการประกอบรูปคำให้เป็นประโยค ชนิดของคำแบ่งออกเป็น ๗ ชนิด ได้แก่

- คำนาม

- คำสรรพนาม

- คำกริยา

- คำวิเศษณ์

- คำบุพบท

- คำสันธาน

- คำอุทาน

๓. การเขียนสะกดการันต์ให้ถูกต้อง การเขียนสะกดคำเนเรื่องสำคัญ เพราะถ้าเขีนยสะกดบกพร่องหรือผิดความาหมายก็อาจจะ เปลี่ยนแปลงไปได้ ดังนั้น ในการเขียนจึงต้องอาศัยการสังเกตและการจดจำหลักการเขียนคำประเภท ต่างๆ ดังนี้

- คำสมาส

- คำพ้องเสียง

- คำที่ใช้ ซ, ทร

- คำที่ใช้ ใ-, ไ- – คำที่ออกเสียง อะ

- การใช้วรรณยุกต์ – คำที่มีตัวการันต์

- คำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ

๔. การออกเสียงให้ถูกต้องและชัดเจน พยางค์หนึ่งๆ ในภาษาไทยประกอบด้วย พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ถ้าเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์เปลี่ยนไป ความหมายก็จะเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งจะทำให้สื่อความหมายผิดพลาดได้ เรื่องนี้ต้องอาศัยการสังเกตและจดจำเป็นสำคัญ …ตัวอย่างการออกเสียงให้ถูกต้องและชัดเจน>> การใช้คำในภาษาไทยใช้ต่างกันตามความเหมาะสมหรือตามระดับของคำ เวลานำคำไปใช้จะต้อง คำนึงถึงความเหมาะสมของบุคคล กาลเทศะ โอกาส และความรู้สึก ระดับของภาษาแบ่งอย่างกว้างๆ ได้ ๓ ระดับคือ

๑. ภาษาปาก เป็นภาษาที่ใช้พูดหรือเขียน เพื่อความเข้าใจในกลุ่มคนที่มีความใกล้ชิดสนิทสนม กัน ถ้อยคำที่ใช้ไม่ต้องพิถีพิถันกันมากนัก

๒. ภาษากึ่งแบบแผน เป็นภาษาที่ใช้ทั้งในการพูดและเขียน

๓. ภาษาแบบแผน เป็นภาษาที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าถูกต้องและประณีต มักใช้ในการพูดและ เขียนที่เป็นทางการ …ตัวอย่างการใช้ภาษาระดับต่างๆ>> การใช้คำให้เหมาะสม ควรคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้

๑. การใช้คำให้เหมาะสมกับบุคคลและกาลเทศะ การใช้คำที่สุภาพหรือคำที่เหมาะสมกับบุคคลเป็น เรื่องที่คนไทยถือเป็นเรื่องสำคัญ ควรใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสม …ตัวอย่าง>>

๒. การใช้คำให้เหมาะสมกับความรู้สึก คำบางคำในภาษาไทยจะแสดงความรู้สึกของผู้ใช้ภาษาได้ ว่ารู้สึกเช่นใด ในขณะเดียวกันก็จะส่งผลต่อความรู้สึกของผู้รับสารได้เช่นกัน หวังว่า ท่านจะนำหลักการเหล่านี้ไปเป็นพื้นฐานในการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง

การใช้ภาษา

การใช้ภาษาแสดงออกทางความคิด

มนุษย์สามารถใช้ภาษาแสดงออกทางความคิดของตนได้ในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้ คือ
          1.ใช้ภาษาแสดงเหตุผล
          2.ใช้ภาษาแสดงทรรศนะ
          3.ใช้ภาษาในการโต้แย้ง
          4.ใช้ภาษาในการโน้มน้าวใจ

การใช้ภาษาแสดงเหตุผล

ความหมายของคำว่าเหตุผล

เหตุผล หมายถึง ความคิดอันเป็นหลักทั่วไปกฎเกณฑ์ รวมทั้งข้อเท็จจริง ที่สนับสนุนข้อสรุป ข้อวินิจฉัย ข้อตัดสินใจ หรือข้อยุติ เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เนื่องจากเราใช้ เหตุผล ในการสนับสนุน ข้อสรุป เราอาจจะเรียก เหตุผล ว่าข้อสนับสนุนก็ได้ และข้อสรุป เป็นคำกลาง ๆ เป็นศัพท์เฉพาะ ที่เกี่ยวกับการแสดงเหตุผล ในภาษาที่ใช้กันอยู่ตามปกตินั้นอาจเรียกว่า ข้อสังเกต,การคาดคะเน, คำวิงวอน, ข้อคิด, หรือการตัดสินใจ ก็ได้

โครงสร้างของการแสดงเหตุผลและภาษาที่ใช้ในการแสดงเหตุผล

     1. โครงสร้างของการแสดงเหตุผล ประกอบด้วย
            – ตัวเหตุผล หรือเรีรยกว่า ข้อสนับสนุน
            – ข้อสรุป
     2. ภาษาที่ใช้ในการแสดงเหตุผล
มี 4 ลักษณะดังต่อไปนี้
2.1ใช้สันธานที่จำเป็นบางคำ มักเรียงเหตุผลไว้ก่อนสรุป โดยใช้สันธาน จึง เพราะ เพราะว่า เพราะฉะนั้น เพราะ……จึง หรืออาจเรียงข้อสรุปไว้ก่อนเหตุผล โดยใช้คำสันธาน เพราะ เพราะว่า ทั้งนี้เพราะว่า
2.2 ไม่ใช้สันธาน แต่เรียบเรียงข้อความโดยวางส่วนที่เป็นเหตุผล หรือส่วนที่เป็นข้อสรุปไว้ให้เหมาะสม  ผู้ฟังก็จะรับสารได้ว่า ข้อความนั้นเป็นการแสดง เหตุผล อยู่ในตัว เช่น ฉันจะไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใด ๆ เป็นอันขาด ฉันได้รับการสั่งสอนจากคุณแม่ให้สู้เสมอ จะเห็นว่า วรรคแรก เป็นข้อสรุป วรรคที่สอง เป็นเหตุผลที่สนับสนุนข้อสรุป
2.3 ใช้กลุ่มคำเรียงกันบ่งชี้ว่า ตอนใดเป็นเหตุผล หรือข้อสรุป เมื่อต้องการชี้เหตุผลและข้อสรุป ให้ชัดแจ้งลงไป ก็ระบุไปว่า ข้อสรุป ข้อสรุปว่า เหตุผลคือ เหตุผลที่สำคัญคือ
2.4 ใช้เหตุผลหลาย ๆ ประกอบกันเข้า เพื่อเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้แก่ข้อสรุปของตน โดยแยกแยะเหตุผลเป็นข้อ ๆ ไป เพื่อช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น

กระบวนการแสดงเหตุผลและการอนุมาน

การอนุมาน หมายถึงกระบวนการคิดในการหาข้อสรุปจากเหตุผลที่มีอยู่ การอนุมานมี 2 ประเภท คือ การอนุมานด้วยวิธีนิรนัย และการอนุมานด้วยวิธีอุปนัย

การอนุมานด้วยวิธีนิรนัย
การอนุมานด้วยวิธีนิรนัย คือ การแสดงเหตุผลจากส่วนรวม ไปหาส่วนย่อยหรือการอนุมาน จากหลักความจริงทั่วไปกับกรณีเฉพาะกรณีหนึ่ง แล้วอนุมาน ได้ข้อสรุป ซึ่งเป็นกรณีเฉพาะอีกกรณีหนึ่ง เช่น

หลักความจริงทั่วไป

- มนุษย์ทั้งปวงต้องการปัจจัยสี่

กรณีเฉพาะกรณีหนึ่ง

- ฉันเป็นมนุษย์

กรณีเฉพาะอีกกรณีหนึ่ง

- เพราะฉะนั้นฉันต้องการปัจจัยสี่

หรืออาจจะใช้วิธีนิรนัยอย่างย่อเป็น ฉันเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น ฉันต้องการปัจจัยสี่ หรือนี้จะใช้ข้อมูล หรือข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เป็นกรณีเฉพาะกี่กรณี ก็ได้ เป็นข้อสนับสนุน เพื่อหาข้อสรุปที่เป็นหลักหรือกฎเกณฑ์ทั่วไป วิธีอุปนัยนี้อาจจะใช้แนวเทียบในการหาข้อสรุปก็ได้

ข้อควรสังเกต ข้อสรุปด้วยวิธีนิรนัย ต้องเป็นเช่นนั้น ,ข้อสรุปด้วยวิธีอุปนัย น่าจะเป็นเช่นนั้น

ความหมายของคำ เหตุ และ ผล
เหตุ หรือ สาเหตุ หรือมูลเหตุ คือ สิ่งที่ทำให้เกิดสิ่งอื่นตามมา
ผล หรือ ผลลัพธ์ คือ สิ่งที่เกิดตามมาจากเหตุ
การอนุมานโดยพิจารณา สาเหตุและผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน การอนุมานด้วยวิธีนี้คือ การอนุมานแบบวิธีอุปนัยนั่นเอง แบ่งได้ 3 ประเภทด้วยกันคือ
1. การอนุมานจากสาเหตุไปหาผลลัพธ์ เป็นการอนุมานโดยอาศัยความรู้ ความเข้าใจหาข้อสรุปว่าปรากฎการณ์นั้นทำให้เกิดผลลัพธ์อะไร เช่น ขยันดูหนังสือ (สาเหตุ) -> อนุมาน -> สอบได้ (ผลลัพธ์)
     2. การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ
เป็นการอนุมานจากปรากฎการณ์หรือเหตุการณ์ โดยอาศัยความรู้และเข้าใจของเรา เพื่อสืบหาสาเหตุ เช่น ผลการสอบ ไม่เป็นที่พอใจ -> อนุมาน -> ความไม่ประมาท ไม่เอาใจใส่
    3. การอนุมานจากผลลัพธ์ไปหาผลลัพธ์
เป็นการอนุมานจากปรากฎการณ์หรือเหตุการณ์อย่างหนึ่ง ว่าเป็นผลลัพธ์ของสาเหตุใด แล้วพิจารณาต่อไปว่า สาเหตุนั้น อาจจะก่อให้เกิดผลลัพธ์อื่นๆ อีก  ตัวอย่างอนุมานเช่น ตกคณิต (ผลลัพธ์) -> อ่อนคณิต (สาเหตุ) -> ตกฟิสิกส์ (ผลลัพธ์)
การรู้จักความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลนี้ ช่วยให้รู้จักพิจารณาสังเกตและทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีระเบียบ

การใช้ภาษาแสดงทรรศนะ

ทรรศนะ คือ ความคิดเห็นที่ประกอบด้วยเหตุผล
โครงสร้างของการแสดงทรรศนะ ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ
1.ที่มา คือ ส่วนที่เป็นเรื่องราวต่างๆที่ทำให้เกิดการแสดงทรรศนะ
2.ข้อสนับสนุน คือ ข้อเท็จจริง หลักการ รวมทั้งทรรศนะหรือมติของผู้อื่น ที่ผู้แสดงทรรศนะนำมาใส่ เพื่อสนับสนุนทรรศนะของตน
3.ข้อสรุป คือ สารสำคัญที่สุดของทรรศนะ อาจเป็นข้อเสนอแนะ ข้อวินิจฉัย หรือ ประเมินค่า

ความแตกต่างระหว่างทรรศนะของบุคคล
ทรรศนะของคนในสังคม อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสิ่งสำคัญ 2 ประการคือ
1. คุณสมบัติตามธรรมชาติของมนุษย์ ได้แก่ เชาว์ ปฏิภาณ ไหวพริบ ความถนัด เป็นต้น จะพัฒนาได้ เต็มที่ต้องอาศัยการส่งเสริม และสนับสนุนจากสิ่งแวดล้อม
2. อิทธิพลของสิ่งแวดล้อม ทำให้บุคคลมีลักษณะแตกต่างกันในเรื่องความรู้ ประสบการณ์ความเชื่อและค่านิยมดังนี้

ความรู้ประสบการณ์

จะทำให้บุคคลแสดงทรรศนะได้แตกต่างกันไป

ความเชื่อ

บุคคลแสดงทรรศนะต่างกันตามความเชื่อ ซึ่งได้จากการศึกษาอบรมทางครอบครัว และสิ่งแวดล้อม หรือวัยและประสบการณ์

ค่านิยม

คือ ความรู้สึกที่มีอยู่ในจิตใจแต่ละคน เป็นเครื่องกำหนดพฤติกรรมและอิทธิพลต่อการแสดงทรรศนะของบุคคล

ประเภทของทรรศนะ

    1. ทรรศนะเกี่ยวกับข้อเท็จจริง คือ ทรรศนะที่เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง  การแสดงทรรศนะประเภทนี้ จึงเป็นเพียงการสันนิษฐาน จะน่าเชื่อถือเพียงใดขึ้นกับข้อสนับสนุน
2. ทรรศนะเกี่ยวกับคุณค่า ค่านิยมเป็นทรรศนะที่ประเมินว่าสิ่งใดดีหรือด้อย เป็นประโยชน์หรือ โทษ
3. ทรรศนะเกี่ยวกับนโยบาย เป็นทรรศนะที่บ่งชี้ว่าควรทำอย่างไร อย่างไรต่อไปในอนาคต หรือ ควรแก้ไขปรับปรุงสิ่งใดไปในทางใด อย่างไร การแสดงทรรศนะ เกี่ยวกับนโยบาย มักจะต้องเสนอข้อเท็จจริง เพื่อสนับสนุนนโยบายและประเมินค่านโยบายที่เสนอนั้นด้วย

วิธีใช้ภาษาในการแสดงทรรศนะ

ภาษาที่ใช้ในการแสดงทรรศนะนั้น จะต้องใช้ถ้อยคำกะทัดรัด ให้คำที่มีความหมายแจ่มชัด การเรียงลำดับ ความไม่สับสน วกวน และต้องใช้ภาษาให้ถูกต้อง กับระดับการสื่อสาร

ลักษณะที่ควรสังเกตในการใช้คำหรือกลุ่มคำในการแสดงทรรศนะ

     1. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 หรือคำนามที่ประกอบกับกริยาวลีที่ชี้ชัดว่า เป็นการแสดงทรรศนะ เช่น พวกเรามีความเห็นว่า ……… , ข้าพเจ้าเข้าใจว่า…………… , ผมขอสรุปว่า……………..
     2. ใช้คำหรือวลีที่บ่งชี้ว่าเป็นการแสดงทรรศนะ เช่น คำว่า น่า คง คงจะ ควร พึง ตัวอย่าง เช่น รัฐบาลน่าจะทบทวน……. คณะนักเรียนคงเข้าใจผิดว่า……. , โรงเรียนควรจะต้องคำนึงถึง……..

การประเมินค่าทรรศนะ

     1. ประโยชน์และลักษณะสร้างสรรค์ ทรรศนะที่ดีควรก่อให้เกิดประโยชน์ และก่อให้เกิดสิ่งแปลกใหม่ ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ ขณะเดียวกันก็คงสิ่งดีงามของสังคมไว้
     2. ความสมเหตุสมผล ทรรศนะที่ดีจะต้องมีข้อสนับสนุน ที่มีน้ำหนักพอที่จะทำให้ข้อสรุปน่าเชื่อ
     3. ความเหมาะสมกับผู้รับสาระและกาลเทศะ ในการพิจารณา จะต้องพิจารณาด้วยว่าทรรศนะนั้น  แสดงแก่ผู้ใดและในโอกาสใด เพื่อจะประเมินได้ว่า เหมาะสมหรือไม่
การใช้ภาษา ภาษาที่ใช้ต้องชัดเจน แม่นตรงตามที่ต้องการ และเหมาะสม แก่ระดับการสื่อสารหรือไม่ เพียงใด

การโน้มน้าวใจ

การโน้มน้าวใจ คือ การใช้ความพยายามที่จะเปลี่ยนความเชื่อ ทัศนคติค่านิยมและการกระทำของบุคคลอื่น ด้วยกลวิธีที่เหมาะสมให้มีผลกระทบใจบุคคลนั้น จนเกิดการยอมรับและยอมเปลี่ยนตามที่ผู้โน้มน้าวใจต้องการ

ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์กับการโน้มน้าวใจ

ความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เป็นแรงผลักดันให้มนุษย์สร้างทัศนคติความเชื่อค่านิยม รวมทั้งกระทำพฤติกรรมอื่นๆ อีกนานัปการ เพื่อสนองความต้องการ ของตน เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์ถูกเร้าจนกระจักษ์ว่าถ้าตนได้ปรับเปลี่ยนความคิดและการกระทำไปตามแนวทางที่ถูกรบเร้านั้นแล้ว ตนก็จะได้รับสิ่ง ซึ่งสนองความต้องการ ขั้นพื้นฐาน ตามความปรารถนา เมื่อนั้นมนุษย์ก็จะตกอยู่ในสภาวะที่ถูกโน้มน้าวใจได้ หลักสำคัญที่สุดของการโน้มน้าวใจคือการทำให้มนุษย์ประจักษ์แก่ใจตนเองว่า ถ้าเชื่อเห็นคุณค่าหรือกระทำตามที่ผู้โน้มน้าวใจชี้แจงหรือชักนำ ก็จะได้รับผลที่ตอบสนองความต้องการขึ้นพื้นฐานของตน

การแสดงให้ประจักษ์ถึงความน่าเชื่อถือของบุคคลผู้โน้มน้าวใจ

1.

การแสดงให้ประจักษ์ถึงความน่าเชื่อถือของบุคคลผู้โน้มน้าวใจโดยธรรมดาบุคคลที่มีคุณลักษณะ 3 ประการ คือ มีความรู้จริง มีคุณธรรม และมีความปรารถนาดี ต่อผู้อื่น ย่อมได้รับความเชื่อถือจากบุคคลทั่วไป

2.

การแสดงให้ประจักษ์ ตามกระบวนการของเหตุผลผู้โน้มน้าวใจต้องแสดงให้ประจักษ์ว่า เรื่องที่ตนกำลังโน้มน้าวใจมีเหตุผลหนักแน่น และมีคุณค่าควร แก่การยอมรับ อย่างแท้จริง

3.

การแสดงให้ประจักษ์ถึงความรู้สึก และอารมณ์ร่วมบุคคลที่มีอารมณ์ร่วมทันย่อมคล้อยตามทันได้ง่ายกว่าบุคคลที่มีความรู้สึกปฏิปักษ์ต่อกัน เมื่อใดที่ผู้โน้มน้าวใจ ค้นพบ และแสดงอารมณ์ร่วมออกมา การโน้มน้าวใจก็จะสัมฤทธิ์ผล

4.

การแสดงให้เห็นทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสียผู้โน้มน้าวใจต้องโน้มน้าวผู้รับสารให้เชื่อถือ หรือปฏิบัติเฉพาะทางที่ตนต้องการ โดยชี้ให้ว่าสิ่งนั้น มีด้านที่เป็นโทษ อย่างไร ด้านที่เป็นคุณอย่างไร

5.

การสร้างความหรรษาแก่ผู้รับสารการเปลี่ยนบรรยากาศ ให้ผ่อนคลายด้วยอารมณ์ขัน จะทำให้ผู้รับสารเปลี่ยนสภาพจากการต่อต้านมาเป็นความรู้สึกกลางๆ พร้อมที่จะคล้อยตามได้

6.

การเร้าให้เกิดอารมณ์อย่างแรงกล้า เมื่อมนุษย์เกิดอารมณ์ขึ้นอย่างแรงกล้า ไม่ว่าดีใจ เสียใจ โกรธแค้น อารมณ์เหล่านี้ มักจะทำให้มนุษย์ไม่ใช่เหตุผลอย่างถี่ถ้วน พิจารณาถึงความถูกต้องเหมาะควร เมื่อมีการตัดสินใจ ก็อาจจะคล้อยไปตามที่ผู้โน้มน้าวใจเสมอแนะได้ง่าย

น้ำเสียงของภาษาที่โน้มน้าวใจ

ควรใช้ภาษาในเชิงเสนอแนะ ขอร้อง วิงวอน หรือเร้าใจซึ่งในการใช้ถ้อยคำให้เกิดน้ำเสียงดังกล่าว จะต้องเลือกใช้คำที่สื่อความหมายตามที่ต้องการ โดยคำนึงถึง จังหวะและความนุ่นนวลในน้ำเสียง

การพิจารณาสารโน้มน้าวใจลักษณะต่างๆ

1.

คำเชิญชวน เป็นการแนะให้ช่วยกันกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง กลวิธีคือ การชี้ให้เห็นผู้ถูกโน้มน้าวใจเกิดความภาคภูมิใจว่า ถ้าปฏิบัติตามคำเชิญชวน จะได้ชื่อว่า เป็นผู้ทำประโยชน์แก่ส่วนรวม

2.

โฆษณาสินค้าหรือโฆษณาบริการ ลักษณะสำคัญของโฆษณาสินค้าคือ
2.1 จะมีส่วนนำที่สะดุดหูสะดุดตาซึ่งมีผลทำให้สะดุดใจสาธารณชน
2.2 ตัวสารจะไม่ใช่ถ้อยคำที่ยืดยาว มักเป็นรูปประโยคสั้นๆ หรือวลีสั้นๆ
2.3 เนื้อหาจะชี้ให้เห็นถึงความดีของสินค้า
2.4 ผู้โฆษณาจะโน้มน้าวใจที่มุ่งสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์
2.5 เนื้อหาของการโฆษณา จะขาดเหตุผลที่หนักแน่นและรัดกุม
2.6 สารโฆษณาจะปรากฎทางสื่อต่างๆ ซ้ำๆ กัน

3.

โฆษณาชวนเชื่อ เป็นการพยายามโดยจงใจเจตนา ที่จะเปลี่ยนความเชื่อและการกระทำของบุคคล ให้เป็นไปในทางที่ตนต้องการ ด้วยวิธีต่างๆ โดยไม่คำนึง ถึงความถูกต้อง ของเหตุผลและข้อเท็จจริง ผู้โฆษณามีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนความเชื่อและอุดมการณ์ของคน ให้นิยมเลื่อมใสในอุดมการณ์ฝ่ายตน และกระทำพฤติกรรมต่างๆ ตามที่ฝ่ายโฆษณาชวนเชื่อต้องการ

กลวิธีในการโฆษณาชวนเชื่อ

1.

การตราชื่อ เป็นการเบนความสนใจและผู้รับสารไปจากเหตุผลและข้อเท็จจริง ผู้รับสารควรพิจารณาหลักการและเนื้อหาต่างๆ ให้รอบคอบเสียก่อน โดยไม่ใช้ความคิด หรือเหตุผลตรวจสอบ

2.

การกล่าวสรุปรวมๆ ด้วยถ้อยคำหรูหรา ผู้โน้มน้าวใจมักจะใช้ถ้อยคำที่ผูกพันความคิด หลักการ บุคคล สถาบันและอุดมการณ์ ทำให้ผู้ฟังเกิดความเชื่อถือ เลื่อมใส ด้วยความคิด บุคคลและสถาบัน

3.

การอ้างบุคคลหรือสถาบัน ผู้โฆษณาจะเน้นการใช้วิธีอ้างถึงสถาบันหรือบุคคลที่ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้ผู้ฟังเกิดทัศนคติที่ดี หรือเกิดความนิยมชมชอบนโยบาย หลักการหรืออุดมการณ์ของตน

4.

การทำเหมือนชาวบ้านธรรมดา ผู้โฆษณาจะเชื่อมโยงตนเองและหลักการหรือความคิดของตน ให้เข้าไปผูกพันกับชาวบ้านเพื่อแสดงตนว่า ตนเป็นพวกเดียวกับ ชนเหล่านั้น

5.

การกล่าวแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน ผู้โฆษณาจะเลือกนำแต่เฉพาะแง่ที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตนมากล่าวโดยพยายามกลบเกลื่อนแง่อื่นที่เป็นโทษ

6.

การอ้างคนส่วนใหญ่ ผู้โฆษณาชวนเชื่อพยายามชักจูงให้ผู้รับสารเกิดความตระหนักว่าคนส่วนใหญ่ประพฤติปฏิบัติเช่นนี้

การโน้มน้าวใจจะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ ก็ต่อเมื่อ ผู้โน้มน้าวใจมีเจตนาที่ลวง กลบเกลื่อน หรือปิดบังไม่ให้ผู้รับการได้รับรู้ความจริงและเหตุผลที่จะเป็นต้องรู้

การใช้ภาษาในการสื่อสาร

หลักการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

- ความหมายและความสำคัญของการสื่อสาร
- จุดประสงค์ของการสื่อสาร
- องค์ประกอบของการสื่อสาร
- ประเภทของการสื่อสาร
- ปัญหา/อุปสรรคของการสื่อสาร

การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร

- การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร
- ภาษา
- คำ/ความหมายของคำ
- ประโยค

ระดับภาษาและการใช้ภาษาที่ถูกต้อง

- ภาษาพูด ภาษาเขียน
- ภาษาทางการและไม่เป็นทางการ/ระดับภาษา
- ตัวอย่างการใช้ภาษา

การฟัง

- การจับประเด็นสำคัญ
- การจดคำบรรยาย

การพูด

- การเตรียมการพูด
- บุคลิกภาพของผู้พูด
- การพูดในที่ประชุม

การพูดในโอกาสต่างๆ / การสื่อสารทางโทรศัพท์

- จุดประสงค์ของการสื่อสารทางโทรศัพท์
- หลักของการสื่อสารทางโทรศัพท์
- มารยาทในการโทรศัพท์

การอ่านและการอ่านจับใจความสำคัญ

- จุดประสงค์ของการอ่าน
- วิธีการอ่านหนังสือ
- ขั้นตอนการอ่านจับใจความสำคัญ

การอ่านและการอ่านจับใจความสำคัญ

- จุดประสงค์ของการอ่าน
- วิธีการอ่านหนังสือ
- ขั้นตอนการอ่านจับใจความสำคัญ

การอ่านและการเก็บบันทึกข้อมูล

- หัวเรื่อง แหล่งที่มาของข้อมูล และเนื้อเรื่อง
- ตัวอย่าง ส่วนประกอบการเก็บบันทึกข้อมูล

หลักการเขียนทั่วไปและการเขียนโครงงาน

- ความสำคัญของการเขียน
- จุดประสงค์ของการเขียน
- รูปแบบการเขียน
- ขั้นตอนการเขียน
- การเขียนโครงเรื่อง

การเขียนย่อหน้าและเรียงความ

- การเขียนย่อหน้า
- ชนิดของย่อหน้า
- ส่วนประกอบของย่อหน้า
- หลักการเขียนย่อหน้า
- การเขียนเรียงความ /การเขียนความเรียง
- โวหาร
- เครื่องหมายวรรคตอน

การเขียนจดหมายเชิญประชุมและรายงานการประชุม

- คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม
- จดหมายเชิญประชุม
- รายงานการประชุม

จดหมายสมัครงาน

- จดหมายส่วนตัว
- จดหมายธุรกิจ
- จดหมายราชการ
- จดหมายสมัครงาน
- แบบฟอร์มจดหมายสมัครงาน

การสัมภาษณ์งาน

- การเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์
- การวางตัวขณะสัมภาษณ์
- คำถามที่มักใช้ในการสอบสัมภาษณ์
- ลักษณะไม่เหมาะสมที่เป็นอุปสรรคต่อการสัมภาษณ์งาน

9. เอกสารอ้างอิง

http://www.gotoknow.org/blogs/posts/214597

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94

http://blog.eduzones.com/winny/3597

http://www.gened.siam.edu/index.php?option=com_content&view=article&id=73&Itemid=100

เกี่ยวกับ boyio

kokis

Posted on กุมภาพันธ์ 20, 2012, in Uncategorized. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: